วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิจารณ์การเขียนแบบคัดกรองประกอบการประเมินเป็น ร.ร. ศรร. ปศพพ. ด้านบุคลากร : ผู้บริหาร (๑)


ผมเจตนาจะนำตัวอย่างการเขียนที่ได้มีโอกาสอ่านเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้เขียนเป็นขั้นต้น และเพื่อประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังจะเขียนแบบคัดกรองฯ ในลำดับต่อไป .... จึงขออนุญาตและขอภัยที่ถือวิสาสะต่อผู้เขียนทุกท่านที่จำได้ แม้ว่าผมจะทำการลบชื่อโรงเรียนหรือที่อยู่ใดๆ ที่จะสื่อถึงผู้เขียนแล้วก็ตาม.....


สิ่งที่สำคัญรองลงมาจาก "การเขียนตรงความจริง" คือการ "เขียนตรงกับเจตนา" เจตนาในที่นี้คือ เจตนารมณ์ของการขับเคลื่อน ปศพพ. นั่นคือ เขียนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ก้าวหน้านั่นเองครับ ดังนั้นสิ่งที่ท่านต้องเข้าใจคือ เกณฑ์ก้าวหน้า ดังนี้ 


ระดับที่ ๑ 
- มีความรู้ ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ปศพพ.) อย่างถูกต้อง
ระดับที่ ๒
- ปฏิบัติตนตาม ปศพพ. และ
- นำ ปศพพ. มาใช้ในการบริหารจัดการสถานศึกษา

ระดับที่ ๓
- สามารถถ่ายทอดประสบการณ์การนำ ปศพพ. มาใช้ในสถานศึกษา และ
- มุ่งมั่นในการขับเคลื่อน ปศพพ. ในสถานศึกษา
ระดับที่ ๔
- ขยายผลการขับเคลื่อน ปศพพ. สู่ภายนอกสถานศึกษา เช่น ชุมชน สถานศึกษาอื่น ฯลฯ
ระดับที่ ๕
- ชุมชนหรือหน่วยงานภายนอกเห็นคุณค่า ยอมรับ และให้ความร่วมมือในการขยายผลการขับเคลื่อน ปศพพ. สู่ภายนอกสถานศึกษา


เพื่อให้จำง่าย ใช้เทคนิคการจำเกณฑ์ก้าวหน้า ด้วยสูตร ๓-๔-๕ (อ่านได้ที่นี่) สำหรับพัฒนาการ ๕ ระดับซึ่งถือเป็นแนวทางการเขียนด้านบุคลากรได้ทั้ง ผู้บริหาร ครู และนักเรียนดังนี้ครับ  

"รู้เข้าใจ นำไปปฏิบัติ ชัดเจนถ่ายทอดได้ ขยายผลสู่โรงเรียนอื่น ยั่งยืนระเบิดจากภายใน"

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
 

ลองพิจารณาข้อเขียนแบบคัดกรองในส่วนข้อมูลของบุคลากร "๔.๑ ผูบริหาร" 


๔.๑.๑ ผู้บริหารนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง  เกิดผลอย่างไร  ยกตัวอย่างประกอบ


ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ทางโรงเรียนxxxxxxxxxxxxxxxได้รับการจัดสรรงบประมาณจากทางราชการในการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กอันเนื่องมาจากปัญหาอุทกภัย เป็นระยะทางประมาณ ๘๕ เมตร ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างจากปากทางเข้ามาในโรงเรียน

เริ่มต้นได้คิดการคำนวณพื้นที่การก่อสร้างที่ได้ทำประมาณการขอรับการจัดสรรไปอย่างถูกวิธี คือเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง ๔ เมตร หนา ๒๐ เซนติเมตร ปรับพื้นเรียบ มีทรายรองพื้นก่อนเทคอนกรีตไม่น้อยกว่า  ๕ เซนติเมตร และต้องมีลูกรังเทไหล่ทางอีกตลอดแนวการก่อสร้าง

จากการประชุมของคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน มีความคิดเห็นที่ตรงกันว่าให้ศึกษาสภาพปัจจุบัน ด้วยการสำรวจพื้นผิวถนนเดิมซึ่งเป็นดินเหนียวปนทรายมีระดับเดียวกับพื้นล่างของอาคารเรียนอาคารประกอบทุกหลัง แต่ต่อมาได้รับการปรับปรุงพัฒนาเพิ่มดินลูกรังเพื่อแก้ปัญหา ฝุ่นละออง พื้นผิวถนนไม่เรียบ ในฤดูร้อน ถนนเฉอะแฉะในฤดูฝน มาเป็นระยะ ๆ อยู่หลายครั้ง ทำให้พื้นผิวถนนที่เป็นลูกรังมีความสูงกว่าพื้นอาคารเรียน อาคารประกอบอยู่มาก จึงมาคิดหาวิธีแก้ปัญหาไม่ให้พื้นผิวถนนสูงไปกว่าที่เป็นอยู่และได้ถนนที่ได้มาตรฐานด้วย เพราะปัญหาที่ตามมาคือเกิดน้ำท่วมขังพื้นผิวอาคารเรียน อาคารประกอบในฤดูฝนมากขึ้นไปอีก และใช้แรงงานคน เครื่องจักรในชุมชนที่มีอยู่ มาช่วยกัน

วิธีการก็คือปรับพื้นผิวถนที่เป็นอยู่ให้ต่ำลงไปอีประมาณ  ๒๕ เซนติเมตร  ซึ่งก็จะถึงดินเดิมคือดินเหนียวปนทรายทำการปรับพื้นให้เรียบ แล้วลงทรายหยาบรองพื้นความหนา ๕ เซนติเมตร  เทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กความหนา ๒๐ เซนติเมตร  ซึ่งก็จะได้ความสูงของพื้นผิวถนนเท่าเดิมแต่มีความคงทนสวยงาม สะอาด สะดวก กว่าเพราะเป็นพื้นผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่ได้มาตรฐาน ส่วนงบประมาณที่จัดซื้อลูกรังเทไหล่ทางก็ไม่ต้องซื้อเพราะใช้ลูกรังจากผิวถนนเดิมที่ขุดออไปมาใช้แทน ส่วนทรายที่ใช้รองพื้นก็ให้ชาวบ้าน ชุมชน ที่อยู่ในหมู่บ้านช่วยกันขนมาจากที่สาธารณะที่มีทรายอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายไปประมาณครึ่งหนึ่งของราคาท้องตลาด งบประมาณส่วนที่เหลือสามารถขยายพื้นผิวถนนจากเดิม ๘๕ เมตร ได้เป็นประมาณ  ๑๐๐ เมตร  ซึ่งเพิ่มมาอีกประมาณ  ๒๕  เมตร  จากที่ประมาณการเอาไว้ โดยใช้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเท่าเดิม

การดำเนินงานได้ทั้งการประหยัดงบประมาณแต่ได้เนื้องานเพิ่มขึ้นที่สำคัญคือชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนทั้งแรงกายและแรงใจมาช่วยในการดำเนินงาน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการบริหารจัดการสถานศึกษาที่ใช้ระบบ SBM ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมทั้งข้อเสนอแนะ ข้อตกลง ร่วมลงมือปฏิบัติ อีกทั้งเป็นการบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

จากผลการดำเนินงานในลักษณะนี้ ทำให้ในระยะต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ปกครองบริจาคสมทบทุนดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่ได้มาตรฐานเดียวกันเพิ่มมาอีก ประมาณ  ๕๐ เมตร นับเป็นความภาคภูมิใจของทั้งคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนตลอดมา


 คำวิจารณ์
  • ผมเห็นนัยของ "รู้และเข้าใจ และนำไปปฏิบัติกับกับตน" เห็นวิธีคิดและวิธีการนำไปปฏิบัติจากตัวอย่างการปรับปรุงถนน เห็นมีการมีส่วนร่วมของชุมชนและทุกคน และบอกถึงความภาคภูมิใจของทุกฝ่ายซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ระดับคุณค่าด้วย  เป็นการเขียนที่ดีครับ.....แต่...
  • ควรเขียนให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของสิ่งที่นำไปใช้ในตนเองและการบริหารจัดการก่อน ซึ่งจะทำให้เห็น "หลักคิด" และ "หลักปฏิบัติ" แล้วยกตัวอย่าง (ที่นำมาเขียนนี้)...
  • ยังไม่เห็นการน้อมนำมาปฏิบัติกับการดำเนินชีวิต(รวมทั้งชีวิตประจำวัน)ของตนเอง ที่ยกตัวอย่างมาเป็นตัวอย่างของการน้อมนำมาใช้ในการบริหารจัดการ.... ซึ่งยกตัวอย่างเพียงการบริหารจัดการด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ด้านอื่นๆ เช่น วิชาการ และพัฒนาคนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยังไม่ได้กล่าวถึง....
 ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑


              ๔.๑.๒ ผู้บริหารนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการบริหารจัดการศึกษาทั้ง    ด้านอย่างไร  (งานบริหารงานทั่วไป / งานบริหารงานวิชาการ /การบริหารงานบุคคล /การบริหารงานงบประมาณ)  และจากการดำเนินงานดังกล่าว  ส่งผลให้เกิดขึ้นต่อสถานศึกษาและบุคลากรของสถานศึกษาอย่างไรบ้าง  (Best  Practice)

                              การบริหารงานโดยการนำหลักปรัชญาชองเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารจัดการศึกษา  สิ่งแรกเราต้องรู้ก่อนว่าภาระงานของโรงเรียนมีอะไรบ้าง  มีครูและบุคลากรอยู่จำนวนกี่คน  แต่ละคนมีความถนัดหรือความเชี่ยวชาญอย่างไรบ้าง  เพื่อจะได้มอบหมายงานได้ตรงกับคน  มอบคนให้ตรงกับงาน  โรงเรียนบริหารจัดการศึกษาออกเป็น    ด้าน  ประกอบด้วย งานบริหารงานทั่วไป / งานบริหารงานวิชาการ /งานบริหารงานบุคคล /บริหารงานงบประมาณ  โดยการมอบหมายงานโรงเรียนจะใช้รูปแบบของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ทำความเข้าใจให้ตรงกันเพื่อลดความขัดแย้งในโรงเรียน  การรับผิดชอบงานทั้ง    ด้าน  จะอาศัยความสมัครใจเพื่อให้ครูและบุคลากรได้ทำงานเต็มความสามารถ  ในส่วนของงานที่ยังไม่มีใครอยากทำหรือรับผิดชอบ  ผู้อำนวยการจะให้เหตุผลและมอบหมายคนที่บุคลากรทั้งโรงเรียนเห็นว่าเป็นคนมีความสามารถและจะสามารถปฏิบัติงานได้บรรลุเป้าหมาย  และที่สำคัญที่สุดครูและบุคลากรทุกคนจะมีงานรับผิดชอบเท่ากัน  เพราะโรงเรียนยึดหลักคุณธรรม  โดยภาพรวมโรงเรียนจะบริหารจัดการแบบบูรณาการ  อยู่แบบพี่แบบน้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ทำทุกอย่างด้วยใจและเห็นเป้ามายที่จะพัฒนานักเรียนให้เกิดอุปนิสัย  “พอเพียง”  ในส่วนของการพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของผู้บริหารและบุคลากร  โรงเรียนมองว่าครูทุกคนล้วนมีความสามารถ  และจิตใจดี  ใครจะย้าย  ใครจะมา  โรงเรียนเราก็ยึดแนวทางพัฒนานักเรียนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  จากการดำเนินงานการขับเคลื่อนโรงเรียนให้เตรียมพร้อมรับการประเมิน  งานทุกอย่าง  ทุกด้านดำเนินไปได้ดี  มีพัฒนาการไปในทางที่ดีมาก  ครูและบุคลากรทุกคนเห็นคุณค่าและให้ความร่วมมือในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดอุปนิสัย  “พอเพียง”  จนเกิดนวัตกรรมที่พวกเราภูมิใจคือ  “แก้ว    ใบ”  เพราะครูและบุคลากรทุกคนเชื่อว่าหากเราเป็นแก้วที่พร้อมรับน้ำอยู่เสมอ  เปิดรับสิ่งใหม่พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง งานทุกอย่างก็จะสำเร็จตามวัตถุประสงค์


  คำวิจารณ์
  • เห็นหลักคิดเห็นวิธีคิดและหลักการทำชัดครับ เช่น ....จะอาศัยความสมัครใจเพื่อให้ครูและบุคลากรได้ทำงานเต็มความสามารถ ...หรือ....  อยู่แบบพี่แบบน้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน...
  • เห็นการเขียนแสดงวิธีการชัดครับ เช่น ..ในส่วนของงานที่ยังไม่มีใครอยากทำหรือรับผิดชอบ  ผู้อำนวยการจะให้เหตุผลและมอบหมายคนที่บุคลากรทั้งโรงเรียนเห็นว่าเป็นคนมีความสามารถและจะสามารถปฏิบัติงานได้บรรลุเป้าหมาย  และที่สำคัญที่สุดครูและบุคลากรทุกคนจะมีงานรับผิดชอบเท่ากัน .... 
  • แต่จุดบกพร่องคือ การเขียนไม่ครอบคลุมทุกประเด็นที่กำหนดไว้ คือ เขียนตรงประเด็นแต่ไม่ครอบคลุมทุกประเด็น ยังไม่เห็นวิธีการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์  และนำกลยุทธ์ที่กำหนดมาสู่การปฏิบัติ วิธีการติดตามประเมินผล วิธีการจัดสรรงบประมาณหรือสร้างกลไกให้กระบวนการขับเคลื่อนดำเนินไป.... ฯลฯ 
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

เป็นเพียงความเห็นนะครับ โปรดใช้พิจารณาญาณของท่าน

๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖
อ.ต๋อย

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิจารณ์การเขียนถึง "แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" (๔)


ลองพิจารณาการเขียนแบบคัดกรองในส่วนของการแบ่งหัวข้อตามเกณฑ์ก้าวหน้า คือ ตามเกณฑ์ด้านอาคารสถานที่และแหล่งเรียนรู้..

๕. ข้อมูลด้านอาคารสถานที่ /แหล่งเรียนรู้/สิ่งแวดล้อม
โรงเรียนได้มีการพัฒนาสถานศึกษา อาคารสถานที่  แหล่งเรียนรู้ และสิ่งแวดล้อมให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยจัดให้มีแหล่งเรียนรู้/ฐานการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้  ... (ผมขอยกมาเป็นตัวอย่างเพียงฐานฯ เดียวนะครับ)


๑. ฐานการเรียนรู้น้ำดื่มxxxxxx

๑.๑ วัตถุประสงค์/ที่มาของฐานการเรียนรู้

       ๑) เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ระบบสหกรณ์ทั้งหลักการและวิธีการ
       ๒) เพื่อให้นักเรียนมีความร่วมมือกันส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้ามากกว่าเดิม
       ๓) เพื่อส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิกสหกรณ์

       ๔) เพื่อให้นักเรียนนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
๑.๒ วิธีการ/กระบวนการในการใช้ฐานการเรียนรู้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ (การเสริมสร้างอุปนิสัยพอเพียง)
      ๑) สมัครเป็นสมาชิกของสหกรณ์ในโรงเรียน

      ๒) ประชุมสมาชิกเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ มาดำเนินการ

      ๓) ทำการจัดจำหน่ายสินค้าให้สมาชิกสหกรณ์และบุคคลทั่วไป
      ๔) ประชาสัมพันธ์สินค้าน้ำดื่มxxxxโดยการนำไปช่วยงานต่างๆ เช่น งานมหกรรมวิชาการ งานบุญ งานฌาปนกิจศพ เป็นต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
      ๕) จัดทำบัญชีรายรับและรายจ่าย
      ๖) ประชุมสมาชิกภาคเรียนละ ๑ ครั้ง เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและประชุมใหญ่เมื่อสิ้นปีการศึกษา
      ๗) สรุปรายงานผลและให้ปันผลแก่สมาชิกหลังจากสิ้นปีการศึกษา

๑.๓ ผลสำเร็จที่เกิดจากการใช้ฐานการเรียนรู้ดังกล่าว

      ๑) นักเรียนเป็นสมาชิกสหกรณ์และได้รับเงินปันผลหลังจากสิ้นปีการศึกษา
      ๒) นักเรียนให้ความร่วมมือในการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าด้วยการใช้บริการของสหกรณ์
      ๓) นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักการของการรวมกลุ่มสหกรณ์ รู้จักขั้นตอนการผลิตน้ำดื่ม รู้ระบบบัญชีสามารถดำเนินงานจนมีผลกำไรและจ่ายเป็นปันผลให้แก่สมาชิกสหกรณ์ได้ และนำความรู้/หลักการ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
      ๔) นักเรียนมีรายได้เสริมจากการเก็บขวดเปล่าขายและประดิษฐ์เป็นของใช้

      ๕) นักเรียนเกิดคุณธรรมด้านความซื่อสัตย์ ความสามัคคีและความอดทน


คำวิจารณ์
  • เห็นชัดว่าฐานฯ คืออะไร วิธีการใช้ฐานฯ มีขั้นตอนอย่างไร และเห็นเป้าหมายของฐานการเรียนรู้...แต่
  • สิ่งที่ไม่เห็นคือ วิธีการสอดแทรกอุปนิสัย "พอเพียง" ไม่เห็นอุปนิสัยพอเพียงนั้น จะเกิดขึ้นตอนไหน..
  •  ไม่เห็นผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม ผลสำเร็จส่วนใหญ่เป็นผลผลิตและกระบวนการที่เด็กได้มีส่วนร่วม
  • ไม่เห็นภาพรวมละความเชื่อมโยงต่างๆ ตามที่ได้เสนอไว้ในบันทึกที่ผ่านมา  
  • ผมคิดว่าการเขียนเชิงรายงานหรือแนวปฏิบัติแบบคู่มือเช่นนี้ ยากที่จะทำให้เห็นภาพและเกิดความรู้สึกถึงคุณภาพ (ตามที่เขียนเสนอในบันทึกที่แล้ว)... จึงแนะนำให้เขียนเป็นเรื่องเล่าจะดีกว่า

อย่าลืมว่าเป็นเพียงความเห็นนะครับ.....

๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖
อ.ต๋อย