วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิจารณ์การเขียน "บริบทของสถานศึกษา / ลักษณะชุมชน / ภูมิสังคม"

ก่อนจะเขียน ผมเสนอว่า ควรทำความเข้าใจให้ชัดว่า
  • ทำไมต้องเขียนเรื่องนั้น เขียนให้ใครอ่าน ให้เขาอ่านทำไม.....ฯลฯ
คำตอบสำหรับการเขียน "บริบทของสถานศึกษา / ลักษณะชุมชน / ภูมิสังคม" ในการเขียนแบบคัดกรองประกอบการประเมินเป็นศูนย์การเรียนรู้ ปศพพ. ด้านการศึกษานั้น คือ
  • เขียนให้ผู้ที่สนใจจะมาศึกษาดูงานการขับเคลื่อน ปศพพ. สู่โรงเรียนของเรา ซึ่งรวมถึงกรรมการประเมินฯ ได้รับรู้หลักคิดและหลักปฏิบัติในการนำ ปศพพ. มาใช้ในโรงเรียน...
  • เขียนให้รู้ว่าโรงเรียน "รู้จักตนเอง" รู้"๔ มิติ" ของตนเอง (วัตถุ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม) หรือก็คือ "บริบท+ภูมิสังคม" ของโรงเรียนนั่นเอง ....
  • ข้อระลึกสำคัญคือ หลัก ปศพพ. เป็น "หลักคิด" และ "หลักปฏิบัติ" ในการดำเนินชีวิต ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรืออุปนิสัยของคน ดังนั้น นอกจะเขียนถึง ความเป็นอยู่ อาชีพ การงาน รายได้ ฯลฯ ของผู้คนแล้ว ต้องเขียนให้เห็นถึง ลักษณะนิสัย พฤติกรรม โดยเฉพาะสภาพปัญหาของนักเรียน ก่อนการนำหลัก ปศพพ. มาใช้....
  • ข้อแนะนำสำคัญคือ ในการเขียนอธิบายเกี่ยวกับวิธีการขับเคลื่อน ปศพพ. ฯ ควรเขียนให้เห็นเหตุผลเชื่อมโยงกับ บริบทต่างๆ ที่เขียนไว้นี้ด้วย ..
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ลองดูตัวอย่างการเขียนของ โรงเรียนแห่งหนึ่งดูนะครับ ....


...โรงเรียนโนนสังวิทยาคาร   เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๑๙  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่เลขที่  ๘๘ หมู่  ๑๔  ตำบลโนนสัง  อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โรงเรียนโนนสังวิทยาคาร เดิมชื่อว่า โรงเรียนโนนสัง โดยมีนาย  อโนทัย มีอาษา  , นายจวน นาถา  นายนุย  สีดาหลง , นายสา  ภิรมย์ราช เป็นผู้อุทิศที่ดิน จำนวน ๑๒  ไร่  เพื่อสร้างโรงเรียน เริ่มเปิดรับนักเรียนครั้งแรกเมื่อวันที่  ๑ พฤษภาคม  ๒๕๑๗ เป็นโรงเรียนสหศึกษาเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโดยเป็นสาขาของโรงเรียนอุดรพิทยานุกุล  ต่อมาเมื่อปี พ.. ๒๕๑๙  ได้รับอนุมัติแยกเป็นโรงเรียนโนนสังวิทยาคาร ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ โดยการบริจาคของชาวบ้านโนนสัง ซึ่งมีพื้นที่  ๖๙ ไร่ ๑๘ ตารางวา  อยู่ที่ถนนโนนสัง-ศรีบุญเรือง ห่างจากที่ว่าการอำเภอโนนสังไปทางทิศตะวันตกประมาณ  ๒  กิโลเมตรอยู่ติดกับโรงพยาบาลอำเภอโนนสัง ในปี พ.. ๒๕๒๕ ได้รับอนุมัติให้เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันปีการศึกษา ๒๕๕๖ จำนวน ๓๖ ห้อง  นักเรียน ๑,๒๒๑ คน ครู  ๕๖  คน นักการภารโรง  ๕ คน  มีอาคารเรียนถาวร ๓  หลัง อาคารชั่วคราว ๑ หลัง โรงฝึกงาน  ๒  หลัง อาคารเอนกประสงค์ - หลัง  หอประชุม ๑ หลัง  เรือนเพาะชำ ๑ หลัง ปัจจุบันโรงเรียนโนนสังวิทยาคารเป็นโรงเรียนขนาดกลาง เปิดทำการสอน ๒ ระดับ คือระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในรอบ ๔ ปีการศึกษาที่ผ่านมามีนักเรียนเฉลี่ยต่อ  ปีการศึกษา ๑,๒๔๖ คน และคาดการณ์ใน ๔ ปีข้างหน้าจะมีนักเรียนเฉลี่ย ปีการศึกษา ๑,๕๕๐ คน   ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนในฝัน (โรงเรียนดีประจำอำเภอ) โรงเรียนต้นแบบด้านการบริหารจัดการและจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และโรงเรียนนำร่องด้านการใช้สื่อ ICT ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งมุ่งหมายให้มีการพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะเป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรม มีอุปนิสัยพอเพียง เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้ มีความสามารถคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ มีทักษะการดำรงชีวิต มีคุณธรรม มั่นใจในตนเอง กล้าแสดงออก มีความเป็นไทย มีจิตอนุรักษ์ สืบสานประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น....

คำวิจารณ์
  • เห็นบริบทด้านวัตถุ ภูมิศาสตร์ ชัดครับ แต่ไม่เห็นด้านอื่นๆ ไม่เห็นภูมิสังคม ความเป็นอยู่ อาชีพ การดำเนินชีวิต หรือวัฒนธรรมของโรงเรียนและชุมชน...
  • เห็นแนวทางการพัฒนาตนเองตามโครงการต่างๆ... สำหรับกรรมการหรือผู้อ่านที่อยู่ใน "วงการ" น่าจะเข้าใจได้ครับ ....
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

อักสักหนึ่งตัวอย่างครับ



โรงเรียนโคกเพชรวิทยาคาร ตั้งอยู่หมู่ที่  ๑  ตำบลโคกเพชรพัฒนา  อำเภอบำเหน็จณรงค์  จังหวัดชัยภูมิ  อยู่ห่างจากที่ตั้งอำเภอ  ๑๙  กิโลเมตร  ห่างจากที่ตั้งจังหวัด  ๘๐  กิโลเมตร  เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จัดกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล  ๑  ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๓  ให้บริการนักเรียน ๓ หมู่บ้านหลัก คือ บ้านโคกเพชร หมู่ที่  ๑  บ้านโคกพงาด  หมู่ที่ ๒ และบ้านคันฉูเก่า  หมู่ที่ ๕ และให้บริการนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นอีก  ๔  หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโคกคึม หมู่ที่ ๓, บ้านซับยาง หมู่ที่ ๔, บ้านโคกตาเมา หมู่ที่  ๖ และบ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ ๑๐

ชุมชนมีลักษณะเป็นชุมชนชนบท  ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง ทำไร่อ้อย  เลี้ยงสัตว์  และรับจ้างทั่วไป สภาพบ้านเรือนอยู่ติดกันเป็นกลุ่มๆ ในเครือญาติ ขนาดครอบครัวไม่ใหญ่  รายได้ต่อครัวเรือนค่อนข้างต่ำ  เด็กนักเรียนส่วนใหญ่อยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า  เพราะผู้ปกครองต้องไปทำงานหารายได้ในต่างจังหวัด ส่งผลให้นักเรียนมีปัญหาทางด้านการเรียน  ปัญหาครอบครัว  และปัญหาทางสังคมโดยเฉพาะปัญหาการชู้สาวและออกกลางคัน  อัตราการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นค่อนข้างต่ำ

จากปัญหาที่กล่าวมาในข้างต้นคณะกรรมการสถานศึกษา  ผู้ปกครองและคณะครู มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาต่างๆ  ที่กล่าวมา  โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิด “หลักคิดสู่วิธิปฏิบัติ” ซึ่งเห็นได้จากหลายๆ โรงเรียนเรียนที่ผ่านการประเมินเป็นศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงว่าหลักปรัชญานี้เป็นหลักสากล ส่งผลให้ผู้เรียนเก่ง ดี  และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

คำวิจารณ์
  • ผมคิดว่าการเขียนนี้ดีมากครับ เห็นบริบท ความเป็นอยู่ อาชีพ ผู้คน สภาพจริงของโรงเรียน เห็นสภาพปัญหาของนักเรียนและชุมชน 
  • หากตอนเขียนผลลัพธ์ของการขับเคลื่อน เชื่อมโยงว่า หลังจากขับเคลื่อน ปศพพ. แล้ว ปัญหาดังกล่าวนี้ได้รับการแก้ไขหรือไม่อย่างไร จะสวยงามอย่างยิ่งครับ.....
  • เห็นเหตุเห็นผล เห็นวิธีคิด ของการน้อมนำมาใช้.....  
  • หากจะทำให้ดีขึ้นกว่านี้ ก็ทำได้ครับ เช่น เจาะลึก ระบุ ข้อมูลต่างๆ ให้ชัดเจนขึ้น ว่าสภาพจริงหรือสภาพปัญหาต่างๆ นั้น มีขนาดหรือความรุนแรงมากน้อยเพียงใด ซึ่งต้องอาศัยการสำรวจตรวจสอบอย่างมีหลักวิชาการ ...... เช่น .... รายได้เฉลี่ย..... บาท..... ร้อยละ ๖๐ ของผู้ปกครอง.... เป็นต้น 
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

เป็นเพียงความคิดเห็นนะครับ....

ด้วยความจริงใจ
อ.ต๋อย
๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น